นโยบายการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

1. ความหมายและหน้าที่ของประกาศนั้นเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

1-1. นโยบายการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลนี้เป็นผลกับการบริการทั้งหมดที่ดำเนินการโดยบริษัท MADSquare Inc., รวมถึงเว็บไซต์เชิงพาณิชชื่อว่า Charis

1-2. นโยบายการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท MADSquare Inc. และบริษัทจะถือสิทธิ์ในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลของนโยบายนี้

1-3. ผู้ใช้จะถือว่าเป็นไปตามที่ตกลงทั้งหมดในนโยบายการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของ MADSquare Inc. โดยสมัครสมาชิกบริการของเรา

1-4. MADSquare Inc ได้รับสิทธิในการปฏิเสธหรือระงับการเป็นสมาชิกด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  1. ในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ได้จัดเตรียมการรับรองข้อมูลประจำตัวให้ Charis และบริการอื่นๆที่จัดเตรียมขึ้นโดยบริษัท MADSquare Inc. (ซึ่งต่อไปในสัญญาฉบับนี้จะเรียกว่า “บริษัท”)
  2. ในกรณีที่ผู้สมัครเตรียมข้อมูลที่ตรงกับสมาชิกก่อนหน้า
  3. ในกรณีที่นโยบายต่างๆของบริษัททำให้ไม่สามารถลงทะเบียนได้
  4. ในกรณีที่การดำเนินงานด้านเทคนิคไม่สามาถใช้งานได้ ซึ่งอาจเกิดจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค หรือ สถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ภัยทางธรรมชาติต่างๆ
  5. และกรณีอื่นๆที่ บริษัท เห็นว่าจำเป็นและเป็นธรรม

1-5. นโยบายการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลปัจจุบันนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการพิจารณาความจำเป็นของบริษัท MADSquare Inc., นโยบายด้านรัฐบาลอื่นๆ หรือกฏหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ. ถ้ามีการเพิ่ม ลด หรือ เปลี่ยนแปลงใดๆต่อนโยบายดังกล่าว ทางบริษัทจะจัดเตรียมการแจ้งล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเปลี่ยนแปลงจะถูกดำเนินการให้เป็นผล.

2. เนื้อหาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกรวบรวมไป และการยินยอมต่อวิธีการรวบรวมข้อมูลเหล่านั้น

2-1. จุดประสงค์และการใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกรวบรวมไป

  1. ในส่วนของบริการที่จัดเตรียมโดยบริษัทนั้น สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็นสมาชิก จุดประประสงค์ของการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทจากผู้ใช้นั้นเพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตันของแต่ละสมาชิกและเจตจำนงในการใช้บริการที่เสียค่าใช้จ่ายไปของผู้ใช้.
  2. บริษัททำการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อจุดประสงค์ และต้องการข้อมูลส่วนบุคคลตามประเภทที่ระบุด้านล่างนี้.
    1. เพื่อให้บริการข้อมูลสำหรับข้อตกลงการให้บริการพื้นฐานที่สมาชิกต้องการ
      1. ผู้ให้บริการ และ ผู้ขาย
        1. หมายเลขทะเบียนถิ่นที่อยู่ส่วนบุคคลหรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจเพื่อเป็นบัตรประจำตัวของส่วนบุคคล หรือธุรกิจ .
        2. ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และ อีเมลล์ สำหรับการเติมเต็มและการแจ้งเตือนของสัญญา.
        3. บัญชีธนาคารและข้อมูลบัญชี PayPal สำหรับจุดประสงค์ด้านการชำระ.
        4. ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และหมายเลขภาษีส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่คล้ายกัน สำหรับการบริการขนส่ง.
      2. ลูกค้า
        1. หมายเลขทะเบียนถิ่นที่อยู่ส่วนบุคคลหรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจเพื่อเป็นบัตรประจำตัวของส่วนบุคคล หรือธุรกิจ.
        2. ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และ อีเมลล์ สำหรับการเติมเต็มและการแจ้งเตือนของสัญญา..
        3. บัญชีธนาคารและข้อมูลบัญชี PayPal สำหรับจุดประสงค์ด้านการชำระ.
        4. ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และหมายเลขภาษีส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่คล้ายกัน สำหรับการบริการขนส่ง.
      3. ในกรณีที่ผู้ซื้อเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ขาย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้นั้นอาจถูกแชร์หรือเคลื่อนย้ายไปยังเว็บไซต์พิเศษของผู้ขายเท่านั้น.
    2. ในการให้บริการข้อมูลสำหรับข้อกำหนดของการบริการแต่ละบุคคล.
      1. ผู้ให้บริการ และ ผู้ขาย
        1. ชื่อของบุคคล หรือ ชื่อธุรกิจ, ข้อมูลติดต่อ, อีเมลล์, ที่อยู่ และอื่นๆ เพื่อใช้ในการตลาด งานอีเว้นท์ การวิเคราะห์ การสำรวจ และอื่นๆ.
      2. ลูกค้า
        1. ชื่อของบุคคล หรือ ชื่อธุรกิจ, ข้อมูลติดต่อ, อีเมลล์, ที่อยู่ และอื่นๆ เพื่อใช้ในการตลาด งานอีเว้นท์ การวิเคราะห์ การสำรวจ และอื่นๆ.

2-2. เนื้อหาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกรวบรวมโดยทางบริษัทนั้นเป็นไปตามด้านล่างนี้.

  1. เมื่อมีบุคคลหนึ่งสมัครสมาชิกกับทางเว็บไซต์ Charis หรือบริการอื่นๆที่ให้บริการโดยบริษัทนั้น แต่ละบุคคลจะได้รับคำร้องขอในการจัดเตรียมข้อมูลที่จำเป็นให้ เช่น ชื่อของแต่บุคคล อีเมลล์ ที่อยู่ หมายเลขกล่อง P.O. ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลบัตรเครดิต.
  2. ข้อมูลจะถูกรวบรวมไปเพื่อสมดุลบัญชีในการทำธุรกรรมด้านการเงินและการใช้บัตรเครดิตข้ามประเทศซึ่งเป็นไปตามกฏหมายพาณิชย์; ข้อมูลที่จำเป็นนั้นจะถูกรวบรวมสำหรับการขนส่ง การแลกเปลี่ยน และบริการการคืนของ; ข้อมูลด้านภาษีจะถูกรวบรวมไปเพื่อจุดประสงค์ของการขนส่งระหว่างประเทศกับอนุญาตของผู้ใช้.
  3. ทางบริษัทรวบรวม IDs และรหัสผ่านสำหรับการสมัครสมาชิก และ ผู้ใช้ไม่สามารถส่งต่อ ID และรหัสผ่านของตนกับผู้ใช้อื่นๆ.
  4. ข้อมูลอื่นๆอาจถูกร้องขอไปเพื่อจุดประสงค์พิเศษๆ เช่น การสำรวจหลากหลายด้านและงานอีเว้นท์ต่างๆ.

2-3. บริษัทจะทำการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการดังต่อไปนี้:

  1. ผู้ใช้จะถูกร้องขอให้เตรียมข้อมูลเช่น อีเมลล์ของผู้ใช้, ชื่อ และข้อมูลในการติดต่อระหว่างการบวนการสมัครเป็นสมาชิก.
  2. ผู้ใช้จะถูกร้องขอให้เตรียมข้อมูลเช่น ชื่อของผู้ใช้, ข้อมูลบัญชีธนาคาร และข้อมูลบัตรเครดิต ระหว่างกระบวนการชำระค่าสินค้า.

3. ประกาศการใช้และการมอบความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคล

3-1. ทางบริษัทจะไม่มีการจัดเตรียมข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละผู้ใช้ให้กับบริษัทรายอื่นโดยปราศจากการได้รับอนุญาตจากผู้ใช้ และจะใช้ข้อมูลดังกล่าวภายในแวดวงที่กำหนดไว้เท่านั้น อย่างไรก็ตามบริษัทนั้นมีสิทธิ์ส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทรายอื่นด้วยเหตุผลระบุด้านล่างนี้:

  1. ในกรณีได้รับการอนุญาตก่อนจากทางผู้ใช้.
  2. ในกรณีที่ผู้ใช้ทำการละเมิดกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการ .
  3. ในกรณีที่หน่วยงานสืบสวนสอบสวนหรือหน่วยงานที่มีอำนาจด้านกฏหมายนั้นร้องขอ หรือจุดประสงค์เพื่อการสืบสวนสอบสวนใดๆ .
  4. ในกรณีที่ถือว่เป็นความจำเป็นตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ.

3-2. สำหรับข้อกำหนดการบริการแบบราบรื่น บริษัทอาจทำการว่าจ้างบริษัทอื่นๆ และบริษัทที่ถูกจ้างนี้อาจได้รับความไว้วางใจในการรับทราบข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น . ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะจัดเตรียมการแจ้งล่วงหน้าและได้รับการอนุญาตก่อนจากทางผู้ใช้ การบริการที่บริษัทจะร้องขอคำอนุญาตจากทางผู้ใช้เพื่อจ้างบริษัทรายอื่นคือ:

ผู้ให้บริการบุคคลที่สามวัตถุประสงค์ในการใช้งานระยะเวลาการเก็บรักษาและการใช้งาน
แบรนด์ (ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์)- บริการจัดส่งสินค้า
- บริการส่งคืนการแลกเปลี่ยนและของสะสม
- บริการสนับสนุนผลิตภัณฑ์
- รายงานการขายต่างประเทศ
เมื่อ บริษัท ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจนกว่าจะหมดอายุก่อนหน้าของ (i) หมดอายุระยะเวลาการให้บริการโดยบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องหรือ (ii) การสิ้นสุดการให้บริการโดยบุคคลที่สาม
Eximbay, Adyen, Paypal, Uinfo- การประมวลผลการชำระเงินและการตรวจสอบบัญชี
EFS, JX Global, EPANTOS, EMS, Q10 Express- บริการจัดส่งสินค้าและของขวัญฟรีสำหรับงาน

4. การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทได้ทำการเตรียมและเสริมเทคโนโลยีและการป้องกันพื้นฐานตามนโยบาย เพื่อป้องกันการลักขโมย การสูญหาย การปลอมแปลง และ การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลที่รวบรวมมาจากผู้ใช้. ผู้ใช้จะต้องไม่ส่งต่อหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนนั้นรั่วไหลไปยังผู้อื่น และจะต้องรับผิดชอบต่อการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตน.

4-1. เทคโนโลยีการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้

  1. การเข้ารหัสข้อมูลส่วนบุคคล: ทางบริษํทจะเข้ารหัสข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เพื่อเป็นการบันทึกและเก็บเอาไว้อย่างปลอดภัย

4-2. นโยบายการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้

  1. การศึกษาของบุคลากรที่ดูแลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล : บริษัทจัดฝึกอบรมสำหรับผู้ที่จัดการด้านข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้.
  2. นโยบายการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล: บริษัทได้ร่างและจัดวางนโยบายเพื่อการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลแล้วเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้.

4-3. ความรับผิดชอบและสิทธิของผู้ใช้ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ใช้นั้นได้รับสิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนโดยผู้ให้บริการ และผู้ใช้นั้นมีความรับผิดชอบต่อการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละท่านเอง.

  1. ผู้ชื้ถอความรับผิดชอบต่อการจัดการรหัสผ่านของตน และไม่ควรส่งต่อรหัสผ่านของตนให้กีบผู้อื่น.
  2. ผู้ชื้ถอความรับผิดชอบต่อการกู้คืนหรือเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านของตน และไม่ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเกินจำนวนครั้งที่กำหนดไว้.
  3. ผู้ใช้จะต้องไม่ส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของตน รวมไปถึง ID และรหัสผ่านของผู้ใช้ ให้กับผู้อื่น.
  4. ผู้ใช้ต้องทำการออกจากระบบทุกครั้งหลังการลงชื่อเข้าระบบในที่สาธารณะเช่น ออฟฟิศ โรงเรียน หรือพื้นที่ทำงานต่างๆ .
  5. ผู้ใช้จะปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล .

5. Cookies – การติดตั้ง และการจัดการของอุกรณ์การรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแบบอัตโนมัติ

บริษัทเลือกใช้ ‘cookies’ ในการรวบรวมข้อมูลทั้งผู้เป็นสมาชิกและไม่เป็น เพื่อจัดเตรียมการบริการที่เหมาะสม. Cookies อ้างอิงถึงไฟล์ข้อมูลที่ถูกส่งโดยเซิร์ฟเวอร์เว็บไซต์ไปยังเบราว์เซอร์ และไฟล์ชั่วคราวเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ที่ฮาร์ดไดรฟ์ของผู้ใช้

5-1. ผู้ใช้สามารถปฏิเสธการติดตั้งไฟล์ cookie ได้ วิธีการติดตั้งการเปลี่ยนแปลงการอนุญาตของแต่ละบุคคลนั้นเพื่อติดตั้งตามที่ระบุด้านล่างนี้ (Internet Explorer).

  1. เลือก [ทางเลือกอินเตอร์เน็ต] จากที่แถบหน้าต่าง [เครื่องมือ].
  2. เลือก [แถบข้อมูลส่วนบุคคล].
  3. ตั้งทางเลือกของคุณให้เป็น [ระดับการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล]

5-2. บริการอาจถูก จำกัด บางส่วนสำหรับผู้ใช้ที่ปฏิเสธการติดตั้งไฟล์ cookie.

6. ช่วงเวลาของสิทธิ์ขาดและขอบเขตของข้อมูลส่วนบุคคล

6-1. ช่วงเวลาที่ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้

บริษัทจะรักษาการครอบครองและการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้จากวันที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกจะกระทั่งวันที่ยุติลงเพื่อจัดเตรียมการบริการที่ราบรื่นกว่าให้แก่ผู้ใช้.

6-2. การสิ้นสุดของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกยุติเมื่อสัญญาระหว่างบริษัทและผู้ใช้หมดลง อย่างไรก็ตามบริษัทนั้นมีสิทธิในการถือข้อมูลส่วนบุคคลไว้สำหรับการตั้งช่วงเวลาในการยืนยันภาระผูกพันตามสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมซึ่งเป็นไปตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องและกฏหมายการปกป้องสิทธิของใช้บริการหรือลูกค้า. การเปิดและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จะจำกัด และบริษัท จะระบุเหตุผลระยะเวลาของประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่จะจัดขึ้น.

  • - บันทึกที่เกี่ยวข้องกับสัญญาและการสิ้นสุดของสัญญา: 5 ปี
  • - บันทึกที่เกี่ยวข้องกับการชำระและขนส่งสินค้า: 5 ปี
  • - บันทึกที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคและการระงับข้อพิพาท: 3 ปี
  1. การยุติโดยผู้ใช้
    1. ผู้ใช้สามารถร้องขอการสิ้นสุดลงเมื่อใดก็ได้ผ่านทางเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง. อย่างไรก็ตามผู้ใช้จะต้องสรุปธุรกรรมที่จำเป็นทั้งหมดให้จบสิ้นภายในอย่างต่ำ 15 วัน ก่อนการร้องขอการสิ้นสุดลง.
    2. ผู้ใช้มีความรับผิดชอบต่อการสูญเสียและสูญหายที่เกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว
  2. การยุติโดยบริษัท

    บริษัทมีสิทธิในการยุติสัญญาของผู้ใช้ด้วยเหตุผลดังนี้.

    1. ในกรณีที่ผู้ใช้ ใช้บริการอย่างผิดกฏหมายโดยการใช้ชื่อของสมาชิกรายอื่น สิทธิ์ของรายอื่น และข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคลหรือการละเมิดผลกำไรของสมาชิกรายอื่นๆ .
    2. ในกรณีที่ผู้ใช้เป็นปรปักษ์กับข้อกำหนดการบริการของบริษัท.
    3. ในกรณีที่ผู้ใช้ฝ่าฝืนกฏหมายภายใต้สาธารณรัฐเกาหลี.
    4. กรณีอื่นๆที่บริษัทเห็นว่าจำเป็นและเป็นธรรม.

7. ข้อมูลติดต่อบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล

  • Ahn Joon-hee
  • CEO
  • helper@madsq.net
  • 02-552-9516

8. ข้อกำหนดเพิ่มเติม

  1. นโยบายและบทบัญญัติเพิ่มเติมนี้ จะถูกดำเนินการจากวันที่ 2016.05.09.
  2. กฏหมายทั้งหมดมีพื้นฐานอยู่ในกฏหมายของประเทศเกาหลี.